ประเภทถังดับเพลิงมีกี่ชนิด แต่ละสีใช้ดับไฟอะไรบ้าง? สรุปครบ จบในที่เดียว
ถังดับเพลิงมี 7 ประเภทหลัก แต่ละชนิดใช้สารดับเพลิงและเหมาะกับเชื้อเพลิงต่างกัน การเลือกถังให้ถูกประเภทจึงสำคัญกว่าการดูเพียงสีของถัง เพราะหากเลือกผิดชนิด อาจดับไฟไม่ได้และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผู้ใช้งาน
บทความนี้สรุปประเภทของถังดับเพลิง สีของถัง ชนิดของไฟที่ดับได้ ข้อควรระวัง และแนวทางเลือกใช้สำหรับบ้าน สำนักงาน โรงงาน ห้องไฟฟ้า ห้อง Server ร้านอาหาร และพื้นที่เฉพาะทาง
สรุปถังดับเพลิง 7 ประเภท
| ประเภทถังดับเพลิง | สารดับเพลิง | ดับไฟ | สีถัง | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|---|
| ผงเคมีแห้ง | ABC Dry Chemical | A / B / C | แดง | บ้าน สำนักงาน อาคาร โรงงาน |
| SC-AFFF PLUS | Water Additive | A / B / C / K | เขียว | พื้นที่ทั่วไป และพื้นที่ที่มีความเสี่ยง Class K |
| AFFF | Pre-mix Foam | A / B | เงิน | สำนักงาน คลังสินค้า ห้องเก็บสารเคมี และโรงงาน |
| CO₂ | Carbon Dioxide | B / C | แดง | ห้องไฟฟ้า ห้องควบคุม และพื้นที่ที่มีของเหลวไวไฟตามความเหมาะสม |
| BF2000 / BF2000 XTRA | น้ำยาเหลวระเหย (Clean Agent) | A / B / C | เขียว | สำนักงาน โรงพยาบาล ห้องคอมพิวเตอร์ และพื้นที่ที่ต้องการลดสารตกค้าง |
| Water Gas | น้ำ | A | เงิน | วัสดุทั่วไป เช่น กระดาษ ไม้ และผ้า |
| Class D | Sodium Chloride Dry Chemical Powder | D | เหลือง | พื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากโลหะติดไฟ |
หมายเหตุ: สีของถังเป็นเพียงตัวช่วยสังเกต ไม่ควรใช้สีเป็นเกณฑ์เลือกเพียงอย่างเดียว ควรตรวจสอบฉลาก ชนิดสารดับเพลิง และ Class ของไฟที่ถังรองรับทุกครั้ง
ถังดับเพลิงแต่ละสีใช้กับไฟอะไร?
ถังดับเพลิงสีแดง
โดยทั่วไปถังสีแดงในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้พบได้ทั้ง ถังผงเคมีแห้ง ABC และ ถัง CO₂ แต่ไม่ได้หมายความว่าถังสีแดงทุกใบใช้กับไฟทุกประเภท
- ABC Dry Chemical: Class A / B / C
- CO₂: Class B / C
ดังนั้นควรอ่านฉลากบนถังเพื่อยืนยันชนิดสารดับเพลิงและ Fire Rating ก่อนใช้งาน
ถังดับเพลิงสีเขียว
กลุ่มสีเขียวที่พบในผลิตภัณฑ์นี้ ได้แก่ SC-AFFF PLUS และ BF2000 / BF2000 XTRA โดยมีคุณสมบัติแตกต่างกัน
- SC-AFFF PLUS: ผู้ผลิตระบุว่าใช้กับ Class A / B / C / K
- BF2000 / BF2000 XTRA: Class A / B / C
ควรตรวจสอบฉลากและข้อมูลเฉพาะรุ่นก่อนเลือกใช้ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยง Class K หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
ถังดับเพลิงสีเงิน
ถังสีเงินในกลุ่มนี้ ได้แก่ AFFF และ Water Gas แต่มีข้อจำกัดต่างกันอย่างชัดเจน
- AFFF: Class A / B
- Water Gas: Class A
ห้ามใช้ถัง AFFF ดับไฟฟ้า (Class C) โดยเด็ดขาด
ห้ามใช้ถัง Water Gas ดับไฟจากน้ำมัน (Class B) และไฟฟ้า (Class C) โดยเด็ดขาด เพราะอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน
ถังดับเพลิงสีเหลือง
โดยทั่วไปใช้สำหรับ Class D หรือไฟจากโลหะติดไฟ เช่น Magnesium, Sodium, Potassium, Zirconium และ Titanium โดยต้องเลือกสารดับเพลิงให้ตรงกับชนิดของโลหะที่เกิดเพลิงไหม้
ไฟ Class A, B, C, D และ K คืออะไร?
| Class | ประเภทไฟ | ตัวอย่างเชื้อเพลิง |
|---|---|---|
| Class A | วัสดุทั่วไป | ไม้ กระดาษ ผ้า และพลาสติกบางประเภท |
| Class B | ของเหลวหรือก๊าซไวไฟ | น้ำมัน สี ตัวทำละลาย และก๊าซไวไฟ |
| Class C | อุปกรณ์ไฟฟ้า | ตู้ไฟ เครื่องจักรไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ |
| Class D | โลหะติดไฟ | Magnesium, Sodium, Potassium, Zirconium, Titanium |
| Class K | น้ำมันและไขมันประกอบอาหาร | น้ำมันทอดและไขมันในครัวเชิงพาณิชย์ |
1. ถังดับเพลิงผงเคมีแห้ง ABC
ถังผงเคมีแห้ง ABC เป็นหนึ่งในประเภทที่ใช้งานทั่วไปมากที่สุด เพราะรองรับไฟ Class A, B และ C จึงเหมาะกับบ้าน สำนักงาน อาคาร โรงงาน และพื้นที่ทั่วไป
ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้มีขนาดที่แสดงในตารางสเปกตั้งแต่ 2.2 / 5 / 10 / 15 / 20 / 50 lb และมี Fire Rating ตั้งแต่ 1B ถึง 10A40B ขึ้นอยู่กับรุ่น
กระบอกถังเป็น เหล็กขาวขึ้นรูป SPCEN ตาม JIS โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุ RoHS และ EN71 และระบุ มอก. 332-2537 สำหรับผลิตภัณฑ์รุ่นดังกล่าว
ผลิตภัณฑ์รุ่นดังกล่าวรับประกัน 5 ปี
ข้อควรระวัง: แม้ผงเคมีแห้งจะสามารถใช้กับไฟฟ้า Class C ได้ แต่หลังการฉีดจะมีผงเคมีตกค้าง ซึ่งอาจเข้าไปในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และทำให้เกิดความเสียหายหรือการกัดกร่อนตามมาได้ จึงควรทำความสะอาดอุปกรณ์โดยเร็วหลังเหตุการณ์ และในพื้นที่ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำคัญอาจพิจารณาใช้ Clean Agent หรือชนิดที่เหมาะกับลักษณะความเสี่ยงเพิ่มเติม
หลังใช้งานต้องเติมสารดับเพลิงหรือ Recharge ทันที แม้จะกดใช้งานเพียงช่วงสั้น ๆ ก็ตาม
2. ถังดับเพลิง SC-AFFF PLUS — เคมีสูตรน้ำ
SC-AFFF PLUS เป็นถังดับเพลิงชนิดเคมีสูตรน้ำ (Water Additive) ที่ผู้ผลิตระบุว่าดับเพลิงได้ Class A, B, C และ K
รุ่น 10 lb ผ่านการทดสอบ Fire Rating 10A20B และรุ่น 15 lb ผ่านการทดสอบ 10A40B จากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (TISTR) และใช้ปลายสายชนิดพิเศษตามมาตรฐาน EN 3-7 เพื่อความปลอดภัยเมื่อใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า
มีขนาด 2.2 / 5 / 10 / 15 / 50 lb กระบอกถังเป็น เหล็กขาวขึ้นรูป SPCEN ตาม JIS โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุ RoHS และ EN71 และรับประกัน 2 ปี
สำหรับร้านอาหารหรือพื้นที่ประกอบอาหาร สามารถพิจารณา SC-AFFF PLUS เป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับความเสี่ยง Class K ตามข้อมูลของผู้ผลิต แต่ควรตรวจสอบข้อกำหนดของพื้นที่และลักษณะการใช้งานจริงเพิ่มเติม
ดูถังดับเพลิงเคมีสูตรน้ำ SC-AFFF PLUS
3. ถังดับเพลิง AFFF — โฟมดับเพลิง
AFFF เป็นถังดับเพลิงชนิด Pre-mix Foam เหมาะสำหรับไฟ Class A และ Class B เช่น วัสดุทั่วไปและของเหลวไวไฟ
เหมาะกับสำนักงาน คลังสินค้า ห้องเก็บสารเคมี และโรงงาน โดยมีขนาด 2.3 / 6 / 9 ลิตร กระบอกถังเป็นสเตนเลสสีเงิน และรับประกัน 2 ปี
ห้ามใช้ถัง AFFF ดับไฟฟ้า (Class C) โดยเด็ดขาด
ในสำนักงานหรือพื้นที่ที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้า ควรมีถังชนิดที่รองรับไฟฟ้าติดตั้งคู่กันตามลักษณะความเสี่ยง
หากต้องการตรวจสอบรายละเอียดองค์ประกอบทางเคมี เช่น ประเด็นเกี่ยวกับ PFAS ควรดูจาก SDS และเอกสารทางเทคนิคของผลิตภัณฑ์โดยตรง
4. ถังดับเพลิง CO₂
ถังดับเพลิง CO₂ ใช้ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Dioxide) เป็นสารดับเพลิง เหมาะกับไฟ Class B และ Class C จึงเหมาะกับพื้นที่ เช่น ห้องไฟฟ้าและห้องควบคุม รวมถึงพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากของเหลวไวไฟตามความเหมาะสมของพื้นที่
ข้อควรระวัง:
- บริเวณหัวฉีดและกรวยพ่นของ CO₂ อาจมีอุณหภูมิต่ำมากขณะใช้งาน การสัมผัสโดยตรงอาจทำให้เกิด แผลไหม้จากความเย็น (Cold Burn) ได้ ควรจับถังและใช้งานตามวิธีที่ผู้ผลิตกำหนด
- CO₂ สามารถลดปริมาณออกซิเจนในบริเวณที่ฉีดได้ จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อใช้งานใน พื้นที่อับอากาศหรือพื้นที่ระบายอากาศไม่ดี
- ควรเลือกขนาดและรุ่นให้เหมาะกับชนิดความเสี่ยง พื้นที่ และข้อกำหนดของสถานที่
5. ถังดับเพลิง BF2000 / BF2000 XTRA — Clean Agent
BF2000 และ BF2000 XTRA เป็นถังดับเพลิงชนิด น้ำยาเหลวระเหย (Clean Agent) โดยรองรับไฟ Class A, B และ C
เหมาะกับสำนักงาน โรงพยาบาล ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องควบคุม และพื้นที่ที่ต้องการลดปัญหาสารดับเพลิงตกค้าง โดย BF2000 XTRA ใช้น้ำยาที่นำเข้าจากสหรัฐอเมริกาตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
มีขนาด 2.2 / 5 / 10 / 15 / 50 lb กระบอกถังเป็น เหล็กขาวขึ้นรูป SPCEN ตาม JIS โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุ RoHS และ EN71 และรับประกัน 1 ปี
ผู้ผลิตระบุชนิดสารเป็น น้ำยาเหลวระเหย (Clean Agent) หากต้องการตรวจสอบรายละเอียดของสารเพิ่มเติม ควรดูจาก SDS และเอกสารทางเทคนิคของผลิตภัณฑ์
ดูถังดับเพลิง Clean Agent BF2000
6. ถังดับเพลิง Water Gas
Water Gas ใช้ น้ำ เป็นสารดับเพลิง เหมาะสำหรับไฟ Class A เช่น กระดาษ ไม้ ผ้า และวัสดุทั่วไป
มีขนาด 6 และ 9 ลิตร ใช้กระบอกสเตนเลสสีเงิน และรับประกัน 2 ปี
ห้ามใช้ถัง Water Gas ดับไฟจากน้ำมัน (Class B) และไฟฟ้า (Class C) โดยเด็ดขาด เพราะอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน
7. ถังดับเพลิง Class D — สำหรับไฟโลหะ
ไฟ Class D คือไฟที่เกิดจาก โลหะติดไฟ ซึ่งต้องใช้สารดับเพลิงเฉพาะทาง ไม่ควรใช้ถังดับเพลิงทั่วไปแทนโดยไม่ได้รับการรับรองจากผู้ผลิต
สารดับเพลิงที่ใช้ในผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้คือ Sodium Chloride Dry Chemical Powder เหมาะสำหรับความเสี่ยงจากโลหะ เช่น:
- Magnesium
- Sodium
- Potassium
- Zirconium
- Titanium
ไม่ควรนำผงเคมีแห้ง ABC ทั่วไปมาใช้แทน Class D เว้นแต่ผู้ผลิตจะระบุว่าสามารถใช้กับโลหะชนิดนั้นได้โดยเฉพาะ
ไฟ Class B ที่เป็นก๊าซไวไฟต้องระวังอะไร?
หากเป็นเพลิงไหม้จากก๊าซไวไฟ สิ่งสำคัญคือการควบคุมแหล่งจ่ายก๊าซ หากสามารถทำได้อย่างปลอดภัย ควรปิดวาล์วหรือแหล่งจ่ายก๊าซ เพราะการดับเปลวไฟโดยที่ก๊าซยังรั่วไหลต่อ อาจทำให้ก๊าซสะสมและเกิดการติดไฟซ้ำหรือเกิดอันตรายรุนแรงกว่าเดิม
เลือกถังดับเพลิงตามพื้นที่อย่างไร?
- บ้าน / คอนโด: ABC Dry Chemical เป็นตัวเลือกทั่วไปสำหรับความเสี่ยงหลายประเภท แต่หากมีความเสี่ยงจากน้ำมันหรือไขมันประกอบอาหาร ควรเลือกถังที่ผู้ผลิตระบุว่ารองรับ Class K ให้เหมาะกับความเสี่ยง
- สำนักงาน: พิจารณา ABC หรือ Clean Agent ตามสัดส่วนของอุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
- ห้อง Server / ห้องควบคุม: พิจารณา Clean Agent หรือชนิดอื่นที่เหมาะกับอุปกรณ์สำคัญ โดยคำนึงถึงสารตกค้าง
- ห้องไฟฟ้า: พิจารณาถังที่ผู้ผลิตระบุว่ารองรับ Class C เช่น ABC, CO₂ หรือชนิดอื่นที่เหมาะกับความเสี่ยงและสภาพแวดล้อม
- โรงงาน: ต้องประเมินชนิดเชื้อเพลิงและกระบวนการผลิตก่อนเลือกชนิดถัง
- คลังสินค้า: พิจารณาชนิดและปริมาณวัสดุที่จัดเก็บ รวมถึง Fire Rating
- ร้านอาหาร / ครัว: ต้องประเมินความเสี่ยงจากน้ำมันและไขมันประกอบอาหาร รวมถึงข้อกำหนดของพื้นที่
- พื้นที่ทำงานกับโลหะ: หากมีความเสี่ยงจากโลหะติดไฟ ต้องใช้ถัง Class D ที่เหมาะกับโลหะชนิดนั้น
Fire Rating สำคัญอย่างไร?
นอกจากดูว่าเป็น Class A, B หรือ C แล้ว ควรพิจารณา Fire Rating ที่ระบุบนฉลากด้วย เพราะเป็นตัวบ่งชี้สมรรถนะในการดับไฟตามการทดสอบมาตรฐาน ไม่ใช่ขนาดของถังหรือปริมาณสารดับเพลิง
ตัวอย่างเช่น 10A40B เป็นค่าการทดสอบสมรรถนะของถังใน Class A และ Class B โดยตัวเลขไม่ได้หมายความว่าถังมีขนาด 10 หรือ 40 ปอนด์
NFPA 10 เป็นหนึ่งในมาตรฐานอ้างอิงสำหรับการเลือก ติดตั้ง ตรวจสอบ และบำรุงรักษาถังดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้
ควรมีถังดับเพลิงกี่ถัง?
ไม่มีจำนวนเดียวที่เหมาะกับทุกสถานที่ เพราะต้องพิจารณาประเภทของความเสี่ยง ขนาดพื้นที่ Fire Rating ตำแหน่งติดตั้ง และระยะทางที่ผู้ใช้งานต้องเดินทางเพื่อเข้าถึงถัง รวมถึงข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับอาคารหรือสถานประกอบการ
สำหรับโรงงาน ร้านอาหาร อาคารสำนักงาน หรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงเฉพาะ ควรประเมินพื้นที่จริงก่อนกำหนดจำนวนและตำแหน่งติดตั้ง
วิธีใช้ถังดับเพลิงเบื้องต้น: PASS
- P – Pull: ดึงสลักนิรภัย
- A – Aim: เล็งหัวฉีดไปที่ฐานของไฟ
- S – Squeeze: บีบคันบีบ
- S – Sweep: กวาดหัวฉีดจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งบริเวณฐานของไฟ
ควรใช้ถังดับเพลิงเมื่อเพลิงยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ มีทางหนีที่ปลอดภัย และผู้ใช้งานได้รับการฝึกหรือเข้าใจวิธีใช้งาน หากไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว มีควันมาก หรือไม่มั่นใจในความปลอดภัย ควรถอยออกจากพื้นที่และแจ้งเหตุฉุกเฉินทันที
ควรตรวจถังดับเพลิงบ่อยแค่ไหน?
ควรตรวจสอบสภาพถังดับเพลิง อย่างน้อยเดือนละครั้ง และตรวจเพิ่มเติมเมื่อพบความผิดปกติหรือหลังการใช้งาน โดยควรตรวจอย่างน้อย:
- สภาพตัวถังและการเกิดสนิม
- มาตรวัดแรงดัน หากรุ่นนั้นมีมาตรวัด
- สลักนิรภัยและซีล
- สายฉีดและหัวฉีด
- ร่องรอยการรั่วซึมหรือความเสียหาย
- ตำแหน่งติดตั้งต้องเข้าถึงง่ายและไม่มีสิ่งกีดขวาง
สำหรับถังผงเคมีแห้ง หากมีการฉีดใช้งานแล้ว ต้องนำไปเติมสารหรือ Recharge ทันที แม้จะใช้ไปเพียงบางส่วนก็ตาม ส่วนรอบการบำรุงรักษา การเติมสาร และการตรวจสอบตามช่วงเวลาของถังแต่ละชนิด ควรยึดตามฉลาก คู่มือ และข้อกำหนดของผู้ผลิต
อายุรับประกันของถังแต่ละประเภท
| ประเภท | รับประกัน |
|---|---|
| ABC Dry Chemical | 5 ปี |
| SC-AFFF PLUS | 2 ปี |
| AFFF | 2 ปี |
| Water Gas | 2 ปี |
| BF2000 / BF2000 XTRA | 1 ปี |
หมายเหตุ: ระยะรับประกันอาจมีเงื่อนไขแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์และผู้ผลิต ควรตรวจสอบเงื่อนไขการรับประกันของรุ่นที่เลือกก่อนซื้อ
อุปกรณ์เสริมสำหรับถังดับเพลิง
นอกจากตัวถังแล้ว การติดตั้งให้เหมาะสมก็มีความสำคัญ เช่น
- สายรัดหรืออุปกรณ์แขวนถัง
- ตู้เก็บถังดับเพลิงแบบ 1 ถัง และ 2 ถัง
- มาตรวัดแรงดัน
- สายฉีดและหัวฉีด
- วาล์วและอุปกรณ์ประกอบ
อุปกรณ์แต่ละชนิดควรเลือกให้ตรงกับรุ่นและระบบของถัง เพื่อให้สามารถหยิบใช้งานได้รวดเร็วเมื่อเกิดเหตุ
Checklist ก่อนซื้อถังดับเพลิง
- ระบุ Class ของไฟที่ต้องรับมือให้ชัดเจน
- ตรวจชนิดสารดับเพลิง
- ตรวจ Fire Rating บนฉลาก
- เลือกขนาดให้เหมาะกับพื้นที่และความเสี่ยง
- ตรวจสอบข้อจำกัด เช่น ห้ามใช้กับไฟฟ้าหรือของเหลวไวไฟ
- ตรวจสอบข้อมูลผู้ผลิตและเงื่อนไขการรับประกัน
- สำหรับพื้นที่เฉพาะ เช่น ห้อง Server ห้องไฟฟ้า ร้านอาหาร หรือโรงงาน ควรประเมินความเสี่ยงก่อนเลือกชนิดถัง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับถังดับเพลิง
ถังดับเพลิงมีกี่ประเภท?
ในบทความนี้แบ่งเป็น 7 ประเภทหลัก ได้แก่ ผงเคมีแห้ง ABC, SC-AFFF PLUS, AFFF, CO₂, BF2000 / BF2000 XTRA, Water Gas และ Class D โดยแต่ละประเภทเหมาะกับความเสี่ยงต่างกัน
ถังดับเพลิงสีแดงใช้กับไฟอะไร?
สีแดงในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้มีทั้ง ABC Dry Chemical และ CO₂ โดย ABC ใช้กับ Class A / B / C ส่วน CO₂ ใช้กับ Class B / C จึงควรดูฉลากและชนิดสารดับเพลิงก่อนใช้งาน
ถังดับเพลิงสีเขียวใช้กับไฟอะไร?
สีเขียวในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้มีทั้ง SC-AFFF PLUS ซึ่งผู้ผลิตระบุว่าใช้กับ Class A / B / C / K และ BF2000 / BF2000 XTRA ซึ่งใช้กับ Class A / B / C ควรตรวจสอบฉลากและข้อมูลเฉพาะรุ่นก่อนเลือกใช้
ถังดับเพลิงสำหรับไฟฟ้าควรใช้ชนิดไหน?
ควรเลือกชนิดที่ผู้ผลิตระบุว่ารองรับ Class C เช่น ABC Dry Chemical, CO₂ หรือ BF2000 / BF2000 XTRA โดยต้องพิจารณาลักษณะของพื้นที่และผลกระทบหลังการดับไฟร่วมด้วย สำหรับ ABC ควรคำนึงถึงผงเคมีตกค้างที่อาจทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เสียหายหรือเกิดการกัดกร่อนตามมา ส่วน CO₂ ควรคำนึงถึงความปลอดภัยจากอุณหภูมิต่ำบริเวณหัวฉีดและการลดออกซิเจน โดยเฉพาะในพื้นที่ปิดหรืออับอากาศ
AFFF ใช้ดับไฟฟ้าได้ไหม?
ไม่ได้ และห้ามใช้ถัง AFFF ดับไฟฟ้า (Class C) โดยเด็ดขาด เนื่องจาก AFFF เป็นสารดับเพลิงชนิดโฟมที่รองรับ Class A / B ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
ร้านอาหารควรใช้ถังดับเพลิงชนิดไหน?
ควรประเมินความเสี่ยงจากน้ำมันและไขมันประกอบอาหารเป็นหลัก โดย SC-AFFF PLUS เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ผู้ผลิตระบุว่ารองรับ Class K แต่ควรตรวจสอบข้อกำหนดของครัวและสถานที่จริงเพิ่มเติม
ไฟโลหะควรใช้ถังดับเพลิงแบบไหน?
ควรใช้ถัง Class D ที่มีสารดับเพลิงเหมาะกับชนิดของโลหะ เช่น Sodium Chloride Dry Chemical Powder สำหรับความเสี่ยงที่ผู้ผลิตระบุ ไม่ควรใช้ ABC Dry Chemical ทั่วไปแทนโดยไม่ได้รับการยืนยันจากผู้ผลิต
ควรตรวจถังดับเพลิงบ่อยแค่ไหน?
ควรตรวจสภาพถังดับเพลิงอย่างน้อยเดือนละครั้ง โดยตรวจตัวถัง มาตรวัดแรงดัน สลัก ซีล สายฉีด หัวฉีด การรั่วซึม และการเข้าถึงถัง รวมถึงตรวจเพิ่มเติมหลังการใช้งานหรือเมื่อพบความผิดปกติ
ควรมีถังดับเพลิงกี่ถัง?
จำนวนถังขึ้นอยู่กับประเภทความเสี่ยง ขนาดพื้นที่ Fire Rating ตำแหน่งติดตั้ง และข้อกำหนดของสถานที่ จึงควรประเมินพื้นที่จริงก่อนกำหนดจำนวนและตำแหน่งติดตั้ง
สรุป: เลือกถังดับเพลิงจากความเสี่ยง ไม่ใช่เลือกจากสี
การเลือกถังดับเพลิงที่เหมาะสมควรเริ่มจากการตอบว่า “พื้นที่นี้มีโอกาสเกิดไฟประเภทไหน?” จากนั้นจึงเลือกชนิดสารดับเพลิง Class ที่รองรับ Fire Rating ขนาด และตำแหน่งติดตั้งให้เหมาะสม
สำหรับบ้านและพื้นที่ทั่วไป ผงเคมีแห้ง ABC เป็นตัวเลือกที่ครอบคลุมหลายประเภทไฟ แต่หากมีความเสี่ยงจากน้ำมันหรือไขมันประกอบอาหาร ควรเลือกถังที่ผู้ผลิตระบุว่ารองรับ Class K ให้เหมาะกับความเสี่ยง ขณะที่ห้อง Server ห้องควบคุม หรือพื้นที่ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำคัญ อาจต้องพิจารณา Clean Agent หรือชนิดอื่นที่เหมาะกับความเสี่ยง ส่วนห้องไฟฟ้าและพื้นที่ที่มีของเหลวไวไฟควรเลือกชนิดถังตาม Class ของไฟ สภาพพื้นที่ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง