จัดส่งฟรีทั่วไทย เมื่อซื้อครบ 500 บาท | ออก e-Tax ได้ภายใน 5 นาที
หน้าแรก / บทความ / ประเภทถังดับเพลิงมีกี่ชนิด แต่ละสีใช้ดับไฟอะไรบ้าง? สรุปครบ จบในที่เดียว

ประเภทถังดับเพลิงมีกี่ชนิด แต่ละสีใช้ดับไฟอะไรบ้าง? สรุปครบ จบในที่เดียว

ถังดับเพลิงมีกี่ชนิด ถังดับเพลิงมีกี่สี สรุปประเภทถังดับเพลิง 7 ชนิด ได้แก่ ผงเคมีแห้ง ABC, SC-AFFF PLUS, AFFF, CO₂, BF2000 / BF2000 XTRA, Water Gas และ Class D พร้อมสารดับเพลิง Class ของไฟ สีถัง และพื้นที่ที่เหมาะสม

ประเภทถังดับเพลิงมีกี่ชนิด แต่ละสีใช้ดับไฟอะไรบ้าง? สรุปครบ จบในที่เดียว

ถังดับเพลิงมี 7 ประเภทหลัก แต่ละชนิดใช้สารดับเพลิงและเหมาะกับเชื้อเพลิงต่างกัน การเลือกถังให้ถูกประเภทจึงสำคัญกว่าการดูเพียงสีของถัง เพราะหากเลือกผิดชนิด อาจดับไฟไม่ได้และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผู้ใช้งาน

บทความนี้สรุปประเภทของถังดับเพลิง สีของถัง ชนิดของไฟที่ดับได้ ข้อควรระวัง และแนวทางเลือกใช้สำหรับบ้าน สำนักงาน โรงงาน ห้องไฟฟ้า ห้อง Server ร้านอาหาร และพื้นที่เฉพาะทาง

สรุปถังดับเพลิง 7 ประเภท

อินโฟกราฟิกสรุปประเภทถังดับเพลิง 7 ชนิด ได้แก่ ผงเคมีแห้ง ABC, SC-AFFF PLUS, AFFF, CO₂, BF2000 / BF2000 XTRA, Water Gas และ Class D พร้อมสารดับเพลิง Class ของไฟ สีถัง และพื้นที่ที่เหมาะสม
อินโฟกราฟิกสรุปถังดับเพลิง 7 ประเภท สารดับเพลิง Class ของไฟ และสีถัง
ประเภทถังดับเพลิง สารดับเพลิง ดับไฟ สีถัง เหมาะกับ
ผงเคมีแห้ง ABC Dry Chemical A / B / C แดง บ้าน สำนักงาน อาคาร โรงงาน
SC-AFFF PLUS Water Additive A / B / C / K เขียว พื้นที่ทั่วไป และพื้นที่ที่มีความเสี่ยง Class K
AFFF Pre-mix Foam A / B เงิน สำนักงาน คลังสินค้า ห้องเก็บสารเคมี และโรงงาน
CO₂ Carbon Dioxide B / C แดง ห้องไฟฟ้า ห้องควบคุม และพื้นที่ที่มีของเหลวไวไฟตามความเหมาะสม
BF2000 / BF2000 XTRA น้ำยาเหลวระเหย (Clean Agent) A / B / C เขียว สำนักงาน โรงพยาบาล ห้องคอมพิวเตอร์ และพื้นที่ที่ต้องการลดสารตกค้าง
Water Gas น้ำ A เงิน วัสดุทั่วไป เช่น กระดาษ ไม้ และผ้า
Class D Sodium Chloride Dry Chemical Powder D เหลือง พื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากโลหะติดไฟ

หมายเหตุ: สีของถังเป็นเพียงตัวช่วยสังเกต ไม่ควรใช้สีเป็นเกณฑ์เลือกเพียงอย่างเดียว ควรตรวจสอบฉลาก ชนิดสารดับเพลิง และ Class ของไฟที่ถังรองรับทุกครั้ง

ถังดับเพลิงแต่ละสีใช้กับไฟอะไร?

ถังดับเพลิงสีแดง

โดยทั่วไปถังสีแดงในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้พบได้ทั้ง ถังผงเคมีแห้ง ABC และ ถัง CO₂ แต่ไม่ได้หมายความว่าถังสีแดงทุกใบใช้กับไฟทุกประเภท

  • ABC Dry Chemical: Class A / B / C
  • CO₂: Class B / C

ดังนั้นควรอ่านฉลากบนถังเพื่อยืนยันชนิดสารดับเพลิงและ Fire Rating ก่อนใช้งาน

ถังดับเพลิงสีเขียว

กลุ่มสีเขียวที่พบในผลิตภัณฑ์นี้ ได้แก่ SC-AFFF PLUS และ BF2000 / BF2000 XTRA โดยมีคุณสมบัติแตกต่างกัน

  • SC-AFFF PLUS: ผู้ผลิตระบุว่าใช้กับ Class A / B / C / K
  • BF2000 / BF2000 XTRA: Class A / B / C

ควรตรวจสอบฉลากและข้อมูลเฉพาะรุ่นก่อนเลือกใช้ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยง Class K หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ถังดับเพลิงสีเงิน

ถังสีเงินในกลุ่มนี้ ได้แก่ AFFF และ Water Gas แต่มีข้อจำกัดต่างกันอย่างชัดเจน

  • AFFF: Class A / B
  • Water Gas: Class A

ห้ามใช้ถัง AFFF ดับไฟฟ้า (Class C) โดยเด็ดขาด

ห้ามใช้ถัง Water Gas ดับไฟจากน้ำมัน (Class B) และไฟฟ้า (Class C) โดยเด็ดขาด เพราะอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน

ถังดับเพลิงสีเหลือง

โดยทั่วไปใช้สำหรับ Class D หรือไฟจากโลหะติดไฟ เช่น Magnesium, Sodium, Potassium, Zirconium และ Titanium โดยต้องเลือกสารดับเพลิงให้ตรงกับชนิดของโลหะที่เกิดเพลิงไหม้

ไฟ Class A, B, C, D และ K คืออะไร?

Class ประเภทไฟ ตัวอย่างเชื้อเพลิง
Class A วัสดุทั่วไป ไม้ กระดาษ ผ้า และพลาสติกบางประเภท
Class B ของเหลวหรือก๊าซไวไฟ น้ำมัน สี ตัวทำละลาย และก๊าซไวไฟ
Class C อุปกรณ์ไฟฟ้า ตู้ไฟ เครื่องจักรไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
Class D โลหะติดไฟ Magnesium, Sodium, Potassium, Zirconium, Titanium
Class K น้ำมันและไขมันประกอบอาหาร น้ำมันทอดและไขมันในครัวเชิงพาณิชย์

1. ถังดับเพลิงผงเคมีแห้ง ABC

ถังผงเคมีแห้ง ABC เป็นหนึ่งในประเภทที่ใช้งานทั่วไปมากที่สุด เพราะรองรับไฟ Class A, B และ C จึงเหมาะกับบ้าน สำนักงาน อาคาร โรงงาน และพื้นที่ทั่วไป

ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้มีขนาดที่แสดงในตารางสเปกตั้งแต่ 2.2 / 5 / 10 / 15 / 20 / 50 lb และมี Fire Rating ตั้งแต่ 1B ถึง 10A40B ขึ้นอยู่กับรุ่น

กระบอกถังเป็น เหล็กขาวขึ้นรูป SPCEN ตาม JIS โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุ RoHS และ EN71 และระบุ มอก. 332-2537 สำหรับผลิตภัณฑ์รุ่นดังกล่าว

ผลิตภัณฑ์รุ่นดังกล่าวรับประกัน 5 ปี

ข้อควรระวัง: แม้ผงเคมีแห้งจะสามารถใช้กับไฟฟ้า Class C ได้ แต่หลังการฉีดจะมีผงเคมีตกค้าง ซึ่งอาจเข้าไปในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และทำให้เกิดความเสียหายหรือการกัดกร่อนตามมาได้ จึงควรทำความสะอาดอุปกรณ์โดยเร็วหลังเหตุการณ์ และในพื้นที่ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำคัญอาจพิจารณาใช้ Clean Agent หรือชนิดที่เหมาะกับลักษณะความเสี่ยงเพิ่มเติม

หลังใช้งานต้องเติมสารดับเพลิงหรือ Recharge ทันที แม้จะกดใช้งานเพียงช่วงสั้น ๆ ก็ตาม

ดูถังดับเพลิงผงเคมีแห้ง ABC

2. ถังดับเพลิง SC-AFFF PLUS — เคมีสูตรน้ำ

SC-AFFF PLUS เป็นถังดับเพลิงชนิดเคมีสูตรน้ำ (Water Additive) ที่ผู้ผลิตระบุว่าดับเพลิงได้ Class A, B, C และ K

รุ่น 10 lb ผ่านการทดสอบ Fire Rating 10A20B และรุ่น 15 lb ผ่านการทดสอบ 10A40B จากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (TISTR) และใช้ปลายสายชนิดพิเศษตามมาตรฐาน EN 3-7 เพื่อความปลอดภัยเมื่อใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า

มีขนาด 2.2 / 5 / 10 / 15 / 50 lb กระบอกถังเป็น เหล็กขาวขึ้นรูป SPCEN ตาม JIS โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุ RoHS และ EN71 และรับประกัน 2 ปี

สำหรับร้านอาหารหรือพื้นที่ประกอบอาหาร สามารถพิจารณา SC-AFFF PLUS เป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับความเสี่ยง Class K ตามข้อมูลของผู้ผลิต แต่ควรตรวจสอบข้อกำหนดของพื้นที่และลักษณะการใช้งานจริงเพิ่มเติม

ดูถังดับเพลิงเคมีสูตรน้ำ SC-AFFF PLUS

3. ถังดับเพลิง AFFF — โฟมดับเพลิง

AFFF เป็นถังดับเพลิงชนิด Pre-mix Foam เหมาะสำหรับไฟ Class A และ Class B เช่น วัสดุทั่วไปและของเหลวไวไฟ

เหมาะกับสำนักงาน คลังสินค้า ห้องเก็บสารเคมี และโรงงาน โดยมีขนาด 2.3 / 6 / 9 ลิตร กระบอกถังเป็นสเตนเลสสีเงิน และรับประกัน 2 ปี

ห้ามใช้ถัง AFFF ดับไฟฟ้า (Class C) โดยเด็ดขาด

ในสำนักงานหรือพื้นที่ที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้า ควรมีถังชนิดที่รองรับไฟฟ้าติดตั้งคู่กันตามลักษณะความเสี่ยง

หากต้องการตรวจสอบรายละเอียดองค์ประกอบทางเคมี เช่น ประเด็นเกี่ยวกับ PFAS ควรดูจาก SDS และเอกสารทางเทคนิคของผลิตภัณฑ์โดยตรง

ดูถังดับเพลิงโฟม AFFF

4. ถังดับเพลิง CO₂

ถังดับเพลิง CO₂ ใช้ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Dioxide) เป็นสารดับเพลิง เหมาะกับไฟ Class B และ Class C จึงเหมาะกับพื้นที่ เช่น ห้องไฟฟ้าและห้องควบคุม รวมถึงพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากของเหลวไวไฟตามความเหมาะสมของพื้นที่

ข้อควรระวัง:

  • บริเวณหัวฉีดและกรวยพ่นของ CO₂ อาจมีอุณหภูมิต่ำมากขณะใช้งาน การสัมผัสโดยตรงอาจทำให้เกิด แผลไหม้จากความเย็น (Cold Burn) ได้ ควรจับถังและใช้งานตามวิธีที่ผู้ผลิตกำหนด
  • CO₂ สามารถลดปริมาณออกซิเจนในบริเวณที่ฉีดได้ จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อใช้งานใน พื้นที่อับอากาศหรือพื้นที่ระบายอากาศไม่ดี
  • ควรเลือกขนาดและรุ่นให้เหมาะกับชนิดความเสี่ยง พื้นที่ และข้อกำหนดของสถานที่

ดูถังดับเพลิง CO₂

5. ถังดับเพลิง BF2000 / BF2000 XTRA — Clean Agent

BF2000 และ BF2000 XTRA เป็นถังดับเพลิงชนิด น้ำยาเหลวระเหย (Clean Agent) โดยรองรับไฟ Class A, B และ C

เหมาะกับสำนักงาน โรงพยาบาล ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องควบคุม และพื้นที่ที่ต้องการลดปัญหาสารดับเพลิงตกค้าง โดย BF2000 XTRA ใช้น้ำยาที่นำเข้าจากสหรัฐอเมริกาตามข้อมูลผลิตภัณฑ์

มีขนาด 2.2 / 5 / 10 / 15 / 50 lb กระบอกถังเป็น เหล็กขาวขึ้นรูป SPCEN ตาม JIS โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุ RoHS และ EN71 และรับประกัน 1 ปี

ผู้ผลิตระบุชนิดสารเป็น น้ำยาเหลวระเหย (Clean Agent) หากต้องการตรวจสอบรายละเอียดของสารเพิ่มเติม ควรดูจาก SDS และเอกสารทางเทคนิคของผลิตภัณฑ์

ดูถังดับเพลิง Clean Agent BF2000

6. ถังดับเพลิง Water Gas

Water Gas ใช้ น้ำ เป็นสารดับเพลิง เหมาะสำหรับไฟ Class A เช่น กระดาษ ไม้ ผ้า และวัสดุทั่วไป

มีขนาด 6 และ 9 ลิตร ใช้กระบอกสเตนเลสสีเงิน และรับประกัน 2 ปี

ห้ามใช้ถัง Water Gas ดับไฟจากน้ำมัน (Class B) และไฟฟ้า (Class C) โดยเด็ดขาด เพราะอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน

ดูถังดับเพลิง Water Gas

7. ถังดับเพลิง Class D — สำหรับไฟโลหะ

ไฟ Class D คือไฟที่เกิดจาก โลหะติดไฟ ซึ่งต้องใช้สารดับเพลิงเฉพาะทาง ไม่ควรใช้ถังดับเพลิงทั่วไปแทนโดยไม่ได้รับการรับรองจากผู้ผลิต

สารดับเพลิงที่ใช้ในผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้คือ Sodium Chloride Dry Chemical Powder เหมาะสำหรับความเสี่ยงจากโลหะ เช่น:

  • Magnesium
  • Sodium
  • Potassium
  • Zirconium
  • Titanium

ไม่ควรนำผงเคมีแห้ง ABC ทั่วไปมาใช้แทน Class D เว้นแต่ผู้ผลิตจะระบุว่าสามารถใช้กับโลหะชนิดนั้นได้โดยเฉพาะ

ดูถังดับเพลิง Class D

ไฟ Class B ที่เป็นก๊าซไวไฟต้องระวังอะไร?

หากเป็นเพลิงไหม้จากก๊าซไวไฟ สิ่งสำคัญคือการควบคุมแหล่งจ่ายก๊าซ หากสามารถทำได้อย่างปลอดภัย ควรปิดวาล์วหรือแหล่งจ่ายก๊าซ เพราะการดับเปลวไฟโดยที่ก๊าซยังรั่วไหลต่อ อาจทำให้ก๊าซสะสมและเกิดการติดไฟซ้ำหรือเกิดอันตรายรุนแรงกว่าเดิม

เลือกถังดับเพลิงตามพื้นที่อย่างไร?

  • บ้าน / คอนโด: ABC Dry Chemical เป็นตัวเลือกทั่วไปสำหรับความเสี่ยงหลายประเภท แต่หากมีความเสี่ยงจากน้ำมันหรือไขมันประกอบอาหาร ควรเลือกถังที่ผู้ผลิตระบุว่ารองรับ Class K ให้เหมาะกับความเสี่ยง
  • สำนักงาน: พิจารณา ABC หรือ Clean Agent ตามสัดส่วนของอุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  • ห้อง Server / ห้องควบคุม: พิจารณา Clean Agent หรือชนิดอื่นที่เหมาะกับอุปกรณ์สำคัญ โดยคำนึงถึงสารตกค้าง
  • ห้องไฟฟ้า: พิจารณาถังที่ผู้ผลิตระบุว่ารองรับ Class C เช่น ABC, CO₂ หรือชนิดอื่นที่เหมาะกับความเสี่ยงและสภาพแวดล้อม
  • โรงงาน: ต้องประเมินชนิดเชื้อเพลิงและกระบวนการผลิตก่อนเลือกชนิดถัง
  • คลังสินค้า: พิจารณาชนิดและปริมาณวัสดุที่จัดเก็บ รวมถึง Fire Rating
  • ร้านอาหาร / ครัว: ต้องประเมินความเสี่ยงจากน้ำมันและไขมันประกอบอาหาร รวมถึงข้อกำหนดของพื้นที่
  • พื้นที่ทำงานกับโลหะ: หากมีความเสี่ยงจากโลหะติดไฟ ต้องใช้ถัง Class D ที่เหมาะกับโลหะชนิดนั้น

Fire Rating สำคัญอย่างไร?

นอกจากดูว่าเป็น Class A, B หรือ C แล้ว ควรพิจารณา Fire Rating ที่ระบุบนฉลากด้วย เพราะเป็นตัวบ่งชี้สมรรถนะในการดับไฟตามการทดสอบมาตรฐาน ไม่ใช่ขนาดของถังหรือปริมาณสารดับเพลิง

ตัวอย่างเช่น 10A40B เป็นค่าการทดสอบสมรรถนะของถังใน Class A และ Class B โดยตัวเลขไม่ได้หมายความว่าถังมีขนาด 10 หรือ 40 ปอนด์

NFPA 10 เป็นหนึ่งในมาตรฐานอ้างอิงสำหรับการเลือก ติดตั้ง ตรวจสอบ และบำรุงรักษาถังดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้

ควรมีถังดับเพลิงกี่ถัง?

ไม่มีจำนวนเดียวที่เหมาะกับทุกสถานที่ เพราะต้องพิจารณาประเภทของความเสี่ยง ขนาดพื้นที่ Fire Rating ตำแหน่งติดตั้ง และระยะทางที่ผู้ใช้งานต้องเดินทางเพื่อเข้าถึงถัง รวมถึงข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับอาคารหรือสถานประกอบการ

สำหรับโรงงาน ร้านอาหาร อาคารสำนักงาน หรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงเฉพาะ ควรประเมินพื้นที่จริงก่อนกำหนดจำนวนและตำแหน่งติดตั้ง

วิธีใช้ถังดับเพลิงเบื้องต้น: PASS

  • P – Pull: ดึงสลักนิรภัย
  • A – Aim: เล็งหัวฉีดไปที่ฐานของไฟ
  • S – Squeeze: บีบคันบีบ
  • S – Sweep: กวาดหัวฉีดจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งบริเวณฐานของไฟ

ควรใช้ถังดับเพลิงเมื่อเพลิงยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ มีทางหนีที่ปลอดภัย และผู้ใช้งานได้รับการฝึกหรือเข้าใจวิธีใช้งาน หากไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว มีควันมาก หรือไม่มั่นใจในความปลอดภัย ควรถอยออกจากพื้นที่และแจ้งเหตุฉุกเฉินทันที

ควรตรวจถังดับเพลิงบ่อยแค่ไหน?

ควรตรวจสอบสภาพถังดับเพลิง อย่างน้อยเดือนละครั้ง และตรวจเพิ่มเติมเมื่อพบความผิดปกติหรือหลังการใช้งาน โดยควรตรวจอย่างน้อย:

  • สภาพตัวถังและการเกิดสนิม
  • มาตรวัดแรงดัน หากรุ่นนั้นมีมาตรวัด
  • สลักนิรภัยและซีล
  • สายฉีดและหัวฉีด
  • ร่องรอยการรั่วซึมหรือความเสียหาย
  • ตำแหน่งติดตั้งต้องเข้าถึงง่ายและไม่มีสิ่งกีดขวาง

สำหรับถังผงเคมีแห้ง หากมีการฉีดใช้งานแล้ว ต้องนำไปเติมสารหรือ Recharge ทันที แม้จะใช้ไปเพียงบางส่วนก็ตาม ส่วนรอบการบำรุงรักษา การเติมสาร และการตรวจสอบตามช่วงเวลาของถังแต่ละชนิด ควรยึดตามฉลาก คู่มือ และข้อกำหนดของผู้ผลิต

อายุรับประกันของถังแต่ละประเภท

ประเภท รับประกัน
ABC Dry Chemical 5 ปี
SC-AFFF PLUS 2 ปี
AFFF 2 ปี
Water Gas 2 ปี
BF2000 / BF2000 XTRA 1 ปี

หมายเหตุ: ระยะรับประกันอาจมีเงื่อนไขแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์และผู้ผลิต ควรตรวจสอบเงื่อนไขการรับประกันของรุ่นที่เลือกก่อนซื้อ

อุปกรณ์เสริมสำหรับถังดับเพลิง

นอกจากตัวถังแล้ว การติดตั้งให้เหมาะสมก็มีความสำคัญ เช่น

  • สายรัดหรืออุปกรณ์แขวนถัง
  • ตู้เก็บถังดับเพลิงแบบ 1 ถัง และ 2 ถัง
  • มาตรวัดแรงดัน
  • สายฉีดและหัวฉีด
  • วาล์วและอุปกรณ์ประกอบ

อุปกรณ์แต่ละชนิดควรเลือกให้ตรงกับรุ่นและระบบของถัง เพื่อให้สามารถหยิบใช้งานได้รวดเร็วเมื่อเกิดเหตุ

Checklist ก่อนซื้อถังดับเพลิง

  • ระบุ Class ของไฟที่ต้องรับมือให้ชัดเจน
  • ตรวจชนิดสารดับเพลิง
  • ตรวจ Fire Rating บนฉลาก
  • เลือกขนาดให้เหมาะกับพื้นที่และความเสี่ยง
  • ตรวจสอบข้อจำกัด เช่น ห้ามใช้กับไฟฟ้าหรือของเหลวไวไฟ
  • ตรวจสอบข้อมูลผู้ผลิตและเงื่อนไขการรับประกัน
  • สำหรับพื้นที่เฉพาะ เช่น ห้อง Server ห้องไฟฟ้า ร้านอาหาร หรือโรงงาน ควรประเมินความเสี่ยงก่อนเลือกชนิดถัง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับถังดับเพลิง

ถังดับเพลิงมีกี่ประเภท?

ในบทความนี้แบ่งเป็น 7 ประเภทหลัก ได้แก่ ผงเคมีแห้ง ABC, SC-AFFF PLUS, AFFF, CO₂, BF2000 / BF2000 XTRA, Water Gas และ Class D โดยแต่ละประเภทเหมาะกับความเสี่ยงต่างกัน

ถังดับเพลิงสีแดงใช้กับไฟอะไร?

สีแดงในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้มีทั้ง ABC Dry Chemical และ CO₂ โดย ABC ใช้กับ Class A / B / C ส่วน CO₂ ใช้กับ Class B / C จึงควรดูฉลากและชนิดสารดับเพลิงก่อนใช้งาน

ถังดับเพลิงสีเขียวใช้กับไฟอะไร?

สีเขียวในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้มีทั้ง SC-AFFF PLUS ซึ่งผู้ผลิตระบุว่าใช้กับ Class A / B / C / K และ BF2000 / BF2000 XTRA ซึ่งใช้กับ Class A / B / C ควรตรวจสอบฉลากและข้อมูลเฉพาะรุ่นก่อนเลือกใช้

ถังดับเพลิงสำหรับไฟฟ้าควรใช้ชนิดไหน?

ควรเลือกชนิดที่ผู้ผลิตระบุว่ารองรับ Class C เช่น ABC Dry Chemical, CO₂ หรือ BF2000 / BF2000 XTRA โดยต้องพิจารณาลักษณะของพื้นที่และผลกระทบหลังการดับไฟร่วมด้วย สำหรับ ABC ควรคำนึงถึงผงเคมีตกค้างที่อาจทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เสียหายหรือเกิดการกัดกร่อนตามมา ส่วน CO₂ ควรคำนึงถึงความปลอดภัยจากอุณหภูมิต่ำบริเวณหัวฉีดและการลดออกซิเจน โดยเฉพาะในพื้นที่ปิดหรืออับอากาศ

AFFF ใช้ดับไฟฟ้าได้ไหม?

ไม่ได้ และห้ามใช้ถัง AFFF ดับไฟฟ้า (Class C) โดยเด็ดขาด เนื่องจาก AFFF เป็นสารดับเพลิงชนิดโฟมที่รองรับ Class A / B ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์

ร้านอาหารควรใช้ถังดับเพลิงชนิดไหน?

ควรประเมินความเสี่ยงจากน้ำมันและไขมันประกอบอาหารเป็นหลัก โดย SC-AFFF PLUS เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ผู้ผลิตระบุว่ารองรับ Class K แต่ควรตรวจสอบข้อกำหนดของครัวและสถานที่จริงเพิ่มเติม

ไฟโลหะควรใช้ถังดับเพลิงแบบไหน?

ควรใช้ถัง Class D ที่มีสารดับเพลิงเหมาะกับชนิดของโลหะ เช่น Sodium Chloride Dry Chemical Powder สำหรับความเสี่ยงที่ผู้ผลิตระบุ ไม่ควรใช้ ABC Dry Chemical ทั่วไปแทนโดยไม่ได้รับการยืนยันจากผู้ผลิต

ควรตรวจถังดับเพลิงบ่อยแค่ไหน?

ควรตรวจสภาพถังดับเพลิงอย่างน้อยเดือนละครั้ง โดยตรวจตัวถัง มาตรวัดแรงดัน สลัก ซีล สายฉีด หัวฉีด การรั่วซึม และการเข้าถึงถัง รวมถึงตรวจเพิ่มเติมหลังการใช้งานหรือเมื่อพบความผิดปกติ

ควรมีถังดับเพลิงกี่ถัง?

จำนวนถังขึ้นอยู่กับประเภทความเสี่ยง ขนาดพื้นที่ Fire Rating ตำแหน่งติดตั้ง และข้อกำหนดของสถานที่ จึงควรประเมินพื้นที่จริงก่อนกำหนดจำนวนและตำแหน่งติดตั้ง

สรุป: เลือกถังดับเพลิงจากความเสี่ยง ไม่ใช่เลือกจากสี

การเลือกถังดับเพลิงที่เหมาะสมควรเริ่มจากการตอบว่า “พื้นที่นี้มีโอกาสเกิดไฟประเภทไหน?” จากนั้นจึงเลือกชนิดสารดับเพลิง Class ที่รองรับ Fire Rating ขนาด และตำแหน่งติดตั้งให้เหมาะสม

สำหรับบ้านและพื้นที่ทั่วไป ผงเคมีแห้ง ABC เป็นตัวเลือกที่ครอบคลุมหลายประเภทไฟ แต่หากมีความเสี่ยงจากน้ำมันหรือไขมันประกอบอาหาร ควรเลือกถังที่ผู้ผลิตระบุว่ารองรับ Class K ให้เหมาะกับความเสี่ยง ขณะที่ห้อง Server ห้องควบคุม หรือพื้นที่ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำคัญ อาจต้องพิจารณา Clean Agent หรือชนิดอื่นที่เหมาะกับความเสี่ยง ส่วนห้องไฟฟ้าและพื้นที่ที่มีของเหลวไวไฟควรเลือกชนิดถังตาม Class ของไฟ สภาพพื้นที่ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

ดูถังดับเพลิงทั้งหมด